วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

การกลับมาของ 870



วันนี้ไม่คาดฝันว่าจะมาเจอ 870 ได้ไวเพียงนี้

เดิมทีคาดว่าจะยึกยักที่ 860 อีกสักพักหน่อย
แต่ปรากฏว่าด้วยแรงดันของต่างชาติที่ซื้อแหลกทุกราคา ทำให้หุ้นพุ่งเกือบ 15 จุด

ขาสั้นก็ซีดไปตามระเบียบ ส่วนขายาวก็ยิ้มไปครับ

วันนี้ผมซน Long ได้กำไรอยู่ดี ดันไปปิดซะ

แถมแหกระบบไปชอตซะอีก นึกว่า 870 จะย่อ ตามแนวคิดซื้อแนวรับ ขายแนวต้าน

แต่ปรากฏว่า ปิดตรง 870 พอดีๆ เวรล่ะ ทำไมไม่ลงล่ะเนี่ย หุหุ

ผลของการแหกกฏ คือ กำไรหดครับ แถมได้ลุ้นขาดทุนอีกตะหาก

พูดถึงตัวระบบสัญญาณต่างๆ ยังเป็น Long ไม่เปลี่ยนแปลงครับ

ใครเดินตามระบบรวยๆ

เสียว 860



และแล้วในที่สุดเราก็ผ่านด่านแนว 850 มาได้อีกรอบนึง(วนไปวนมาหลายรอบ)

พบกับ 860 ซึ่งเป็นปราการที่แข็งแกร่งมากๆ สองสามรอบที่ผ่านมาล้วนไม่เคยผ่านไปได้เลย

ครั้งที่แล้วแค่วิ่งมาเฉียดๆ ก็เจอแรงขายถล่มม้วนเสื่อกลับบ้านไป

รอบนี้ก็ได้เวลามาทดสอบอีกแล้ว

ซึ่งโอกาสที่จะผ่านกับไม่ผ่านน่าจะมีโอกาสพอๆ กัน (แต่โอกาสมากกว่ารอบก่อน)

แต่ก็คงไม่ง่ายนัก อาจมีการยื้อๆ กันสักพัก ค่อยปรากฏผลแพ้ชนะ

ถ้าจะให้ปลอดภัยอาจจะทำกำไรไปก่อน เมื่อเห็นว่าเซตเริ่มไปไม่ไหวแล้ว

รอปรับตัวลงมา แล้วเริ่มกลับขึ้นไปใหม่ ค่อยพิจารณาเข้าถือหุ้นอีกที

เนื่องจากเห็นว่าแนวต้านนี้ คงมีการขายทำกำไรอีกแน่ แต่ขณะเดียวกันพวกฝรั่งซึ่งถือลองไว้เยอะ
ก็อาจจะลากขึ้นไปโชว์ก็เป็นได้

แต่ก็ไม่น่าไปไหนไกล ควรจะกลับลงมาอีกสักหน(คนตกรถได้มีโอกาสทอง ...)

ระยะสั้น : ใกล้ได้เวลาปรับฐาน
ระยะยาว : side way up

ไม่ใช่เวลาซื้อ แต่เป็นเวลารอขายทำกำไร

ถือได้ แต่ถ้ามันเริ่มจะลงรีบเผ่นเลยน๊า

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

กฏสามข้อ ของลุงโฉลกในการลงทุนเพื่อให้ได้กำไร

กฏข้อที่สาม
History always repeats itself

เมื่อเราเรียนรู้ถึง Patterns ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต เราก็สามารถคาดหวังได้ว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ความรู้เรื่อง Pattern recognition จึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจ เรื่อง Pattern recognition นี้ ก็ศึกษาได้จากเรื่อง Elliott Waves Theory ที่ชมรมของเราทำเป็น DVD สำหรับให้สมาชิกนำไปศึกษา โดยย่อก็คือ ตลาดมี Pattern 1-2-3-4-5 และ
A-B-C เสมอ ถ้าเราสามารถหา Wave 2 ได้ เราก็จะสามารถทำกำไรใน Wave 3 ได้ และถ้าเราสามารถคาดการถึง Wave 5 ได้ เราก็สามารถหลีกเลี่ยงการ คืนกำไรใน Wave A-B-C ได้ นี่คือ กฏข้อที่สาม ของลุงโฉลก ในการลงทุนเพื่อให้ได้กำไร

กฏข้อที่สอง
เมื่อตลาดขึ้น ตลาดก็จะขึ้นต่อจนกว่าจะหยุดขึ้น และเมื่อตลาดลง ตลาดก็จะลงต่อจนกว่าจะหยุดลง

กฏข้อนี้เป็นไปตาม Newton's first laws of motion ที่กำหนดไว้ว่า a physical body will remain at rest, or continue to move at a constant velocity, unless an outside net force acts upon it ดังนั้น การลงทุนเพื่อให้ได้กำไร จึงต้องไม่ทำ against trend ถ้าตลาดอยู่ใน Up trend ก็อย่าเล่น Short ภาษาไทยเรียกว่า อย่าเป็นชาวสวน รอให้ตลาดหยุดขึ้นเสียก่อนแล้วค่อยขาย และเมื่อตลาดอยู่ใน Down trend ก็อย่าเพิ่ง Long รอให้ตลาดหยุดลงเสียก่อนจึงค่อยซื้อ ทำอย่างไรเราจะรู้ว่าตลาดจะหยุดขึ้นหรือหยุดลง เรื่องนี้ก็ต้องไปดูใน DVD ชุด 24 แผ่นนั้นอีก เรื่อง Trend reversal signal เช่น Big black body, Island reversal, Rising/Falling window เป็นต้น

กฏข้อที่หนึ่ง
ตลาดมี Trend เสมอ

กฏข้อนี้มาจากปุราณะของศาสนาพราหมณ์โบราณ ที่กล่าวว่า สรรพสิ่งทั้งหลายมีสภาวะที่แท้จริง คือความไม่เที่ยง Albert Einstein บันทึกเอาไว้ว่า A man should look for what is, and not for what he thinks should be ความเห็นของ Einstein ในเรื่องนี้น่าสนใจมาก เพราะตรงกับปุราณะของศาสนาพราหมณ์ ปราชญ์ควรพิจารณาถึง What is นั่นคือสภาวะความไม่เที่ยงที่เป็นไปอยู่ในปัจจุบันนี้ แทนที่จะคิดถึง What should be แล้วขาดสติ ปล่อยให้ตัณหาจูงจมูกไป ใช้ชีวิตเพ้อฝันคิดถึงสิ่งที่น่าจะเป็นไป มองไปรอบๆตัวเรา เราจะเห็นแต่ความไม่เที่ยง แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่เที่ยง ความคิดของเราเองก็ไม่เที่ยง ทิษฐิมานะของเราก็ไม่เที่ยง โลกนี้ไม่มีอะไรที่เที่ยงแท้แน่นอนสักอย่างเดียว วันนี้ดินฟ้าอากาศก็แปรปรวนไปแล้ว แม้แต่ธรรมชาติของโลกก็ยังไม่เที่ยง เราจะลงทุนอย่างไรให้ได้กำไรในสภาวะความไม่เที่ยงของโลกนี้ เมื่อเห็นชัดเจนว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง ตลาดทุนก็ไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อตลาดมีการเปลี่ยนแปลง ตลาดก็ต้องขึ้นหรือลง ไม่คงที่อยู่ เมื่อตลาดขึ้นหรือลง ตลาดก็มี Trend เมื่อตลาดมี Trend การลงทุนเพื่อให้ได้กำไร ก็ต้องใช้ Trend following system

คัดลอกจากเว็บลุงโฉลกครับ ผมยกย่องให้เป็นอาจารย์ของผม แม้ไม่เคยเจอหน้ากัน แต่ก็ได้รับความรู้จากท่านมากมาย
http://www.chaloke.com/modules.php?name=News&file=article&sid=347&mode=&order=0&thold=0

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ตลกบริโภค



เซตกลับมามีสัญญาณบวกต่อ พร้อมอยู่ใน uptrend channel ต่อไป

นึกว่าจะหลุดไปจริงๆ ซะแล้ว

เมื่อเช้าลุ้นใจหายใจคว่ำ

เป็นอันว่าสัญญาณซื้อ กลับมา ทันก่อนที่ผมจะปิด Long ครับ

เกือบไปแย้ว แต่เกมส์ยังไม่จบก็ไม่อาจดีใจได้

สู้ต่อไปไอ้มดเขียว เกิดสัญญาณชอต พร้อมกำไร จึงจะถือว่ากำไรครับ

Future ยังไม่มีสัญญาณชอต ก็ลองต่อไป เย้ๆ

สู้โว๊ย ...

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เซตเกิดสัญญาณขาย ครั้งแรกในระยะวัน



เซตเกิดสัญญาณขาย ครั้งแรกในระยะวันซะแล้ว

แย่จริง วันนี้ตลาดเขียวทั้งโลกแต่พี่ไทยแดง เจ๋งจริงๆ

วันนี้ทุบโดยกลุ่มพลังงาน PTTEP,PTT

บวกมาทั้งวัน มาตายตอนจบแย่จริงๆ

ถ้าพรุ่งนี้ยังลงอีก future ระยะ day คงเกิดสัญญาณชอตเป็นแน่แท้

วันนี้ก็เตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้แล้ว พรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นเผ่นลูกเดียวจ๊า

รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง



สัญญาณระยะวันบวกเหมือนเดิม และ ส่วนระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกอีกหน

ทำให้ชื่นใจมากมาย Volumn ก็เริ่มลดลงๆ

ผมก็ยัง Hold Long ต่อไป ถ้า Set หลุด 840 ก็คงจะมาพิจารณาอีกที

แต่ตอนนี้สัญญาณลองยังดำรงอยู่ ก็ถือต่อไปไอ้มดแดง

รอบก่อนสัญญาณ False ทีล่ะ รอบนี้ถ้าโดนอีกอาจเสียชีวิตได้

เพราะงั้นอย่าง false เลยน๊าๆ

สงสารเด็กตาดำๆ ฮี่ๆ

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เรื่องจริง ของเสือเตี้ย

จากดินสู่ฟ้า…จากฟ้าสู่ดิน


เรื่องหุ้นเป็นสิ่งที่เรียนรู้ไม่จบสิ้น ก็เพราะสิ่งแปลกใหม่มักเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสูตรสำเร็จของการเล่นหุ้น ก็คงไม่มีเช่นกัน

แต่หากเราจ้องการที่จะศึกษาภูมิหลังจากประสบการณ์จริงของผู้ที่โลดแล่นในตลาดทุนบางคน ซึ่งประสบการณ์ล้มเหลวบ้าง สำเร็จบ้าง แล้วนำมาเป็นกรณีศึกษา...เพื่อประยุกต์ใช้เป็นเกาะป้องกันความเสี่ยงและค้นหาประโยชน์จากการลงทุน ก็คงช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ในเดือนนี้ ผมขอนำเสนอเรื่องราวของนักเล่นหุ้นที่มีประสบการณ์โชกโชน โดยขออนุญาตใช้นามสมมติของเขาผู้นี้ว่า เสือเตี้ย แต่ทุกอย่างคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในตลาดทุนแห่งนี้



หากเอ่ยนามว่า เสือเตี้ย ผู้คนที่ได้ยินชื่อนี่ก็คงจะพอวาดภาพออกถึงบุคลิกและท่าทางของเขาได้เป็นนัย ๆ แล้ว แน่นอนครับ เขาผู้นี้ต้องมีรูปร่างสันทัดไม่สูงโปร่งแน่ ถึงจะตัวเล็ก...แต่ เสือเตี้ย คนนี้จัดเป็นคนใจร้อน เอาเรื่องเหมือนกันครับ

หลังจากที่ เสือเตี้ย เรียนจบจากสถาบันการศึกษา จากย่านเมืองนนทบุรีแล้ว เขามุ่งสู่ตลาดหุ้นด้วยจิตใจแน่วแน่ถึงชัยชนะที่เขาคิดจะคว้ามันมาให้ได้ จากการเรียนรู้เรื่องหุ้นไปพร้อม ๆ กับการศึกษาเล่าเรียนในเชิงช่าง และด้วยใจรักในการลงทุน เขาจึงมุ่งหน้าสู่ตลาดหุ้นในช่วงปี 2521

ด้วยเม็ดเงินเริ่มต้นที่เก็บหอมรอมริบ รวบรวมได้กว่า 3 หมื่นบาท เสื้อเตี้ยนำเงินก้อนแรกโยนใส่หุ้นแบงก์กรุงเทพฯ เป็นการซื้อหุ้นครั้งแรก และตัวแรกของเขาเลยทีเดียวครับ ด้วยเหตุผลมุมคิดที่ว่า ในยุคนั้นแบงก์คือสถาบันการเงินที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจอื่นใดทั้งสิ้น เขาคิดว่าธุรกิจใดที่จะเข้มแข็งได้นั้นจำเป็นต้องพึ่งพิงแบงก์เท่านั้น

ก็ไม่ได้ผิดอะไรไปจากความคิดเบื้องต้นต่อการลงทุนของเขา หุ้นแบงก์กรุงเทพฯ ทำให้เขาได้กำไรไปกว่า 20% จากเงินลงทุนเพียงชั่วแค่ไม่ถึง 3 เดือน !!!

เบื้องต้นนี้ เสือเตี้ย จัดเป็นคนที่เล่นหุ้นแบบค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ไม่ชอบเสี่ยงเท่าไร กลยุทธ์นี้จึงทำให้เขาสามารถเก็บเล็กผสมน้อยกวาดกำไรจากตลาดทุนได้เรื่อง ๆ แม้ภาวะตลาดในยุคนั้นจะซบเฐาเพราะวิกฤติราชาเงินทุนล้มก็ตาม

เพียงชั่ว 2-3 ปี เสือเตี้ย ก็สามารถ “ปั๊มเงิน” จากตลาดหุ้นได้ โดยมีเงินสด ๆ ในมือรวมกันแล้วเกือบห้าหมื่นบาท

เสือเตี้ย มาประสบความสำเร็จจากการเล่นหุ้นอย่างจริงจัง ก็ช่วงปี 2526 ซึ่งภาวะหุ้นเริ่มฟื้นตัวอย่างจริงจังหลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด ดังนั้น เขาจึงไม่ยอมพลาดโอกาสทอง เขาซื้อหุ้น “ปูนใหญ่” เก็บเข้าพอร์ตกอดไว้ พร้อมทั้งเจียดเม็ดเงินบางส่วน สู้หุ้นในเชิงเก็งกำไรซื้อมาขายไป จนสามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ


เสือเตี้ย สะสมกำไร ได้ตัวเลขเกือบ 7 หลัก จากนั้น เขาก็นำเงินที่ค้ากำไรได้จากตลาดหุ้นทั้งหมด ไปฝากกินดอกเบี้ย พร้อมกับเปิดพอร์ตเล่นมาร์จิ้นกับเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง ซึ่งในสมัยนั้น ตั้งอยู่บนชั้น 3 อาคารสยามเซ็นเตอร์

เสือเตี้ย คนนี้ พูดให้ผมฟังว่า...ในช่วงที่เขามีเงินเหยียบล้านบาท เขาเคยนั่งคิดตัวเลขถึงรายรับในแง่ของดอกเบี้ยที่สมัยนั้นได้รับสูงถึงร้อยละ 13-15% ซึ่งก็จะทำให้เขามีเงินใช้ต่อเดือนไม่ขาดมือแน่ และคงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนทำงานหาเงินให้เหนื่อยเหมือนพวกกินเงินเดือนประจำอีกต่อไป

หลังจากที่เขาสามารถชนะตลาดหุ้นได้ เสือเตี้ย ก็เริ่มมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมการเล่นหุ้น จึงเริ่มแปรเปลี่ยน จากที่เคยเล่นหุ้นลงทุนสุขุมรัดกุม กลายเป็นฉาบฉวยคล้อยตามตลาดเน้นการเก็งกำไร

ช่วงชะตาชีวิตของเขากำลังจะพลิกผัน เมื่อ เสือเตี้ย ตามแห่ซ้อหุ้นเก็งกำไรอย่าง....มาบุญครองอบพืชและไซโล แถวระดับราคา 300 กว่าบาท ทั้งที่หุ้นตัวนี้ในแง่ของพื้นฐานแล้วดู....ไม่ดี

เพียงแต่ กระแสข่าวลือที่สะพัดในเวลานั้นเอง ที่ทำให้ เสือเตี้ย ตัดสินใจต้องซื้อหุ้นตัวนี้ ด้วยอินไซด์ว่า....จะมีรายใหญ่เข้ามาปั่นราคาโดยมีเป้าหมายที่ราคา 500 บาท

เขาจึงทุ่มซื้อเต็มพอร์ตมาร์จิ้นของโบรกเกอร์ 3 แห่งที่ตัวเขาใช้บริการอยู่ ณ วันที่เขาซื้อหุ้นมาบุญครองฯ ถัดมาเพียงแค่วันเดียว หุ้นตัวดังกล่าวได้เกิดการปรับตัวลดลงอย่างแรงจากการเทขายของรายใหญ่ บวกกับแรงตื่นตกใจของนักเก็งกำไร ที่แห่เทขายตาม จนทำให้ราคาหุ้นของมาบุญครองฯ ทรุดหนักติดฟลอร์ติดต่อกันหลายวัน

เสือเตี้ย เอง ก็หนีไม่พ้นชะตากรรม เพราะต้องถูกจับขายหุ้นตามกฎมาร์จิ้น ซึ่งโบรกเกอร์ทั้ง 3 แห่งที่เขาใช้บริการต่างเทขายหุ้นออกมาล้างพอร์ต ทำให้เกิดการขาดทุนอย่างมากมาย จนเงินที่วางค้ำมาร์จิ้นไม่เพียงพอที่ชำระหนี้ขาดทุนได้ ดังนั้น เขาจึงถูกโบรกเกอร์สั่งอายัดเงินฝากที่เขามีอยู่กับสถาบันการเงินทันที

รอบนี้...เสือเตี้ย ถึงกับหมดตัว เพราะหุ้นมาบุญครองฯ ตัวเดียวแท้ ๆ ครับ!!!

ผมยังจำได้ว่า...ช่วงที่ เสือเตี้ย มีความทุกข์เพราะโดนหุ้นกิน อารมณ์ของเขาดูหงุดหงิดไปหมด ใคร ๆ ก็พูดไม่เข้าหู เสือเตี้ย ไปเสียทุกเรื่อง

จนวันหนึ่งที่ระเบียงห้องค้าหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ ณ อาคารสยามเซ็นเตอร์ ด้วยความเครียดนี้เอง ทำให้ เสือเตี้ย เกิดการวางมวยกับนักเล่นหุ้นอีกคนหนึ่งกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตกันเลยทีเดียว

วันนี้....ในตลาดหุ้นไม่เคยได้ยินข่าวของ เสือเตี้ย อีกเลยครับว่า...ตัวเขายังคงนั่งเล่นหุ้นอยู่แห่งหนไหนอีกหรือไม่ แต่ที่รู้ ๆ เสือเตี้ย ยังคงเข็ดเขี้ยวกับตลาดทุนไปแล้วล่ะครับ และคงไม่กล้าฝันหวาน หรือประมาทต่อไปอีกแน่ ๆ ว่าจะมีชีวิตที่อยู่สุขสบายกับเงินล้าน

หากตราบใดที่ยังสู้กับหุ้นอยู่....!!!????



reference
http://www.ktbstoday.com/ana2/sip_qna2.aspx?no=11